โทร 038-285548 ,094-9153636
โปรโมชั่น
บทความ
ดูบทความทั้งหมด
บริการ
ดูบริการทั้งหมด
สถิติเว็บไซต์
ผู้เข้าชมทั้งหมด 52581 คน
ผู้เข้าชมวันนี้ 220 คน
ข่าวสาร :

ฟันเคลื่อนที่ในระหว่างจัดฟัน เกิดจากการที่แรงจากเครื่องมือจัดฟันกระทำต่อฟัน รวมทั้งเอ็นยึดปริทันต์ และกระดูกเบ้าฟัน ซึ่งหลอดเลือดและเส้นประสาทที่อวัยวะปริทันต์ในส่วนที่ถูกแรงดันก็จะถูกกด และจะส่งผลทำให้กระดูกรอบรากฟันบริเวณที่ ถูกกดละลายตัวในเวลาต่อมา ฟันจึงเคลื่อนที่ไปได้ตามทิศทางนั้น ส่วนด้านตรงข้ามนั้น เอ็นยึดปริทันต์ก็จะยืดออก และเกิดการสร้างเสริมกระดูกใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป ตามที่เห็นในวิดีโอด้านบน
ทั้งนี้ ฟันที่กำลังเคลื่อนอาจโยกเล็กน้อย หรือมีความไวต่อความรู้สึกเจ็บปวดได้ ซึ่งเป็นเพียงการเริ่มต้นของกระบวนการเคลื่อนฟัน และอาการมักจะดีขึ้นใน 3-5 วัน โดยผู้ป่วยสามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ แต่ถ้าหากมีอาการปวดมากผิดปกติ หรือเป็นอยู่นานกว่านั้น ก็ควรรีบกลับไปปรึกษาคุณหมอโดยทันที
การป้องกันฟันผุ
นอกจากการพาเด็กไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ตั้งแต่เด็กอายุได้ 18 เดือนแล้วนั้น ผู้ปกครองควรเอาใจใส่เด็กในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ให้เริ่มทำความสะอาดฟันเด็กตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น แนะนำให้ทำตอนอาบน้ำให้เด็ก
2. เมื่อเด็กดูดนมแล้ว ให้พยายามเช็ดเอาคราบน้ำนมนั้นออกให้หมด อย่าให้เหลือตกค้างที่ตัวฟัน
3. อย่าให้เด็กดูดนมต่อ หลังจากที่เด็กหลับแล้ว
4. หยุดให้นมเด็กโดยการใช้ขวดหรือดูดจากเต้า โดยให้ดื่มนมจากถ้วเมื่อเด็กสามารถช่วยตัวเองได้แล้วคือ เมื่ออายุประมาณ 12-15 เดือน
5. ทางด้านโภชนาการ แนะนำอาหารที่มีประโยชน์ พยายามงดเว้นของ หวานระหว่างมื้ออาหาร โดยเฉพาะก่อนนอน หลังแปรงฟันแล้ว
6. งดการให้ vitamin C (นอกจากรายที่ขาด vitamin C จริงๆ ซึ่งพบน้อยมากในบ้านเรา) เนื่องจาก vitamin C มีน้ำตาลและสภาพความเป็นกรดสูง สามารถทำอันตรายต่อฟันได้มาก
7. การเลือกแปรงสีฟัน ปัจจุบันในท้องตลาดมีแปรงขนาดต่างๆ ตามอายุของเด็ก ควรเลือกขนาดให้พอเหมาะกับปากเด็ก อย่าให้ใหญ่เกินไป ข้อสำคัญคือ ให้มีด้ามตรง ขนอ่อน และปลายขนมนกลม
8. การเลือกยาสีฟัน ควรเลือกชนิดที่มี fine abrasive และมีฟลูออไรด์ เป็นส่วนประกอบ ปัจจุบันในท้องตลาดมียาสีฟันสำหรับเด็ก ซึ่งแต่งกลิ่นและรส (รสสตรอเบอรี่ รสส้ม ฯลฯ) เพื่อจูงใจให้เด็กสนใจการแปรงฟันมากขึ้น
9. การใช้ฟลูออไรด์
 
ฟันผุ
สาเหตุของฟันพุ ฟันผุจะเกิดได้ต่อเมื่อ มี
1. เชื้อโรค (Micro organism)
2. Host คือ ฟัน
3. อาหารจำพวกน้ำตาล
Cariogenic bacteria สามารถเกาะติดและเจริญบนผิวฟัน สามารถ สร้างกรดจำนวนมากอย่างรวดเร็วจากสารพวกน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ pH ลดลง ถ้า pH ถึง 4.1 จะเกิดการละลายของเนื้อฟัน Cariogenic bacteria ซึ่งมีคุณสมบัติดังกล่าวมีมากมายหลายชนิด เช่น Streptococcus mutans, s.sanguis, Lactobacillus acidophilus, Actinomyces viscosus เป็นต้น อย่างไรก็ตาม S.mutans ได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะเชื้อนี้สามารถทำให้เกิดฟันผุอย่างมากมาย และรวดเร็วใน germ-free animal.
ลักษณะการผุของฟันน้ำนม
1. ระยะฟันเริ่มผุ (on set)
จากสถิติพบว่าฟันของเด็กเริ่มผุ ตั้งแต่อายุ 1 ปี และอัตราการผุจะมีมากตามอายุ โดยเฉพาะช่วงอายุ 3-5 ปี ดังนั้นถ้ารอให้เด็กอายุถึง 3-4 ปีแล้วค่อยมาหาทันตแพทย์ ดังเช่นเคยปฏิบัติมา 40-50% ของเด็กจะมีฟันผุแล้ว ดังนั้นจึงควรให้เด็กมาหาทันตแพทย์เมื่ออายุ 18 เดือน ซึ่งในระยะนี้ทันตแพทย์สามารถสอนเน้นหนักทางด้านทันตกรรมป้องกันได้ ถึงแม้เด็กจะมีฟันผุบ้างก็มักจะอยู่ในระยะเริ่มแรกพอที่จะป้องกันหรือแก้ไขง่าย และเด็กที่มีอายุครบ 3 ปีทุกคนควรจะได้รับการดูแลรักษาทันตสุขภาพอย่างละเอียดถี่ถ้วน และควรมีภาพเอกซเรย์ทั้งปาก เพื่อประกอบในการวินิจฉัยและรักษาโรค
2. ตำแหน่งของฟันผุ
ในเด็กเล็กทั่วไป ฟันจะผุทางด้านบดเคี้ยว (occlusal) มากกว่าทางด้านที่ชิดกัน (proximal) ฟันผุมากที่สุดคือ ฟันกรามน้ำนมซี่ที่สอง และฟันกรามน้ำนมซี่ที่หนึ่งตามลำดับ ส่วนฟันผุทางด้านชิดกันมักจะเป็นฟันหน้ามากกว่าฟันหลัง เพราะฟันกรามน้ำนมมีช่องว่างมาก แต่เมื่อเด็กอายุ 6 ปี ฟันจะเริ่มผุทางด้านชิดกันมากพอๆ กับฟันผุทางด้านบด เคี้ยว
เด็กที่เลี้ยงด้วยนมหวานหรือให้นมขวดนานเกินไปจะมีลักษณะการผุที่ผิดไปจากที่กล่าวมา จะเป็นการผุจากการดูดนมขวด (Nursing bottle caries) ฟันที่ผุมาก ได้แก่ ฟันหน้าบน การผุนี้แตกต่างกับฟันที่ผุลุกลามมาก (Rampant caries) คือ การผุของฟันหน้าข้างบนจากการดูดขวดนมนั้นจะผุมากทางด้านริมฝีปาก (labial) และทางด้านลิ้น (lingual) และจะไม่มีรอยผุทางด้านของตัวฟันที่ชิดกันเหมือนกับรายที่ฟันผุลุกลามมากทั่วไป ส่วนฟันหน้าล่างมักจะไม่ผุ เพราะลิ้นปกคลุมอยู่ในการดูดนม ฉะนั้นเด็กทุกคนควรจะเลิกดูดนมขวดเมื่อมีอายุประมาณ 1 ปี โดยให้ดื่มนมจากถ้วยแก้วแทน การที่เด็กดูดนมขวดอยู่จนโต โดยเฉพาะเด็กที่ดูดนมก่อนนอนหรือดูดนมแล้วไม่ได้ดูดน้ำตาม และเด็กที่ดูดนมข้นหวาน จะเป็นอันตรายต่อฟันมาก การที่เด็กดูดนมขวดทำให้ฟันผุมากนั้น Fass ให้ความเห็นว่า มาจากสาเหตุดังนี้
1. นมมีน้ำตาลอยู่ประมาณ 3.8%
2. ในช่องปากมีเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งสามารถสร้างกรดทำให้ฟันผุได้
3. เมื่อเด็กดูดนมจนหลับไป นมจะค้างอยู่ในปาก
4. ขณะเด็กหลับการขับถ่าย (secretion) ในช่องปากจะลดลง ทำให้น้ำลายน้อยลง และการชะล้างไม่เกิดขึ้น
ลักษณะการผุของฟันแท้ในเด็ก
1. ระยะเวลาที่เริ่มผุ
จากสถิติพบว่า อัตราการผุของฟันแท้จะมากขึ้นตามอายุ เด็กที่มีอายุ 8 ปีขึ้นไป จะมีอัตราฟันผุเป็นทวีคูณจากเมื่อฟันแท้เริ่มขึ้น (อายุ 6 ปี)
2. ตำแหน่งของฟันผุ
ฟันแท้มักผุทางด้านบดเคี้ยวของฟันกรามล่างซี่ที่หนึ่งมากที่สุด แม้ว่าฟันแท้หน้าบนจะขึ้นพร้อมๆ กัน แต่กลับมีอัตราการผุน้อย จากสถิติที่พบของเด็กอายุ 12 ปี ฟันที่ผุจะเป็นด้านบดเคี้ยว 50% ด้านชิดกัน 30% ทางด้านติดแก้ม (buccal) 20% และทางด้านลิ้นน้อยกว่า 1% การผุทางด้านริมฝีปากด้านกัด (incisal) ทางด้านที่ติดคอฟัน (cervical) และฟันหน้าล่างของเด็กมักจะไม่พบ นอกจากคนที่มีฟันผุลุกลามมากเท่านั้น
 

Dentakids
โทร 038-285548 ,094-9153636 @@dentakid
80/115 หมู่ 3 ถนนพระยาสัจจา ตำบลบ้านสวน อ.เมือง ชลบุรี 20000
 โทร 038-285548 ,094-9153636
All rights reserved © 2015-2020. www.ziidev.com
Loading...