โทร 038-285548 ,094-9153636
โปรโมชั่น
บทความ
ดูบทความทั้งหมด
บริการ
ดูบริการทั้งหมด
สถิติเว็บไซต์
ผู้เข้าชมทั้งหมด 4484 คน
ผู้เข้าชมวันนี้ 13 คน
บทความ : ผลเสียจากการดูดนมจากขวดนม

ผลเสียจากการดูดนมจากขวดนม
ทำไมเมื่อถึงเวลานั้นจึงควรเลิกดูดนมจากขวด
หลังอายุ 1 ปี หากยังดูดนมจากขวดจะนำสู่ปัญหา
1. ฟันผุ
2. ไม่ยอมกินข้าว
3. อ้วน
4. รบกวนวงจรการนอน
5. ลดโอกาสพัฒนาการทางภาษา และลดทักษะการใช้มือ
6. ขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อการพัฒนาสมอง
7. ปัญหาอื่น ๆ เช่น สร้างนิสัยกินจุบจิบ ปัญหาท้องผูก
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ฟันผุ
ฟันผุในฟันน้ำนมจะลุกลามสู่โพรงประสาทฟันได้เร็วกว่าฟันแท้ เนื่องจากความหนาของเคลือบฟันและเนื้อฟันน้อยกว่าฟันแท้ ฟันผุในระยะเริ่มแรกสามารถลุกลามเป็น ฟันผุระดับรุนแรงได้ในเวลาเพียง 6-12 เดือน ผลเสียต่อสุขภาพจากการมีฟันผุ นอกจากจะเกิดความเจ็บปวด ทำให้เด็กมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหาร เกิดปัญหาการบดเคี้ยว ไม่สามารถเคี้ยวอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ผักผลไม้ได้ดี ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน น้ำหนักน้อยและเกิดผลเสียต่อการเจริญเติบโต นอกจากนี้ ยังมีผลต่อการเจริญพัฒนาของฟันแท้ กรณีเป็นหนองที่รากฟันจะมีการติดเชื้อลุกลามบริเวณใบหน้าและลำคอ และอาจติดเชื้อเข้ากระแสโลหิตถึงแก่ชีวิตได้
นมธรรมชาติ ไม่ใช่ตัวการสำคัญก่อให้เกิดฟันผุ
นมธรรมชาติมีน้ำตาลแลคโตสเป็นองค์ประกอบ ซึ่งก็เป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดฟันผุได้แต่นมก็มีสารอาหารที่มีผลต่อต้านการเกิดฟันผุด้วย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เคซีอีน และไขมัน นมธรรมชาติจึงไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคฟันผุ แต่ถ้าหากพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ว่าจะเป็นนมแม่หรือนมขวด เป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม เช่น การให้เด็กดูดนม ตลอดเวลา การดูดนมแล้วหลับคาขวดนม หรือการเติมน้ำตาล น้ำผึ้งลงในนมจะทำให้เกิดฟันผุได้มากขึ้น
การดูดนมจากขวดและพฤติกรรมการดูดนมจากขวดไม่เหมาะสม ส่งเสริมให้ฟันผุ
มีการวิจัยที่สนับสนุนว่า โรคฟันผุในฟันน้ำนม มีสาเหตุหลักที่เกี่ยวข้องกับการดูดนมขวดซึ่งส่งเสริมให้เกิดฟันผุมากกว่าการดื่มจากแก้ว เนื่องจากน้ำนมจะสัมผัสกับฟันเป็นระยะเวลานานกว่าการดื่มนมจากแก้ว ทำให้เชื้อจุลินทรีย์ในช่องปากมีเวลาเปลี่ยนน้ำตาลแลคโตสในนมให้เป็นกรด ละลายแร่ธาตุออกจากตัวฟัน ทำให้เกิดฟันผุได้มากกว่า
อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเกิดโรคฟันผุไม่ใช่เกิดจากการดูดนมขวดอย่างเดียว เด็กที่ติดนมขวดก็ไม่ได้ทำให้เกิดโรคฟันผุทุกคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยง เช่น ระยะเวลาที่เด็กดูดนมอยู่เป็นเวลานาน ๆ การดูดนมมื้อดึกและการดูดนมจนหลับคาขวดนม เป็นปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดฟันผุนอกจากนี้จากดูดน้ำ น้ำหวาน น้ำผลไม้จากขวดนม หรือการเติมน้ำตาล น้ำผึ้งลงในนมและน้ำดื่มก็มีส่วนทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย ทั้งนี้สัมพันธ์กับปริมาณและความถี่ที่ได้รับ มีการศึกษาในเด็กไทย อายุ2-6 ปี พบว่าเด็กที่ตื่นมาดูดนมกลางคืน หลับคาขวดนม ไม่ดูดน้ำตามหลังดูดนม ไม่ทำความสะอาดช่องปากทุกวัน หรือทำความสะอาดไม่ถูกวิธี เด็กที่ให้ผู้อื่นลี้ยงจะมีค่าฟันผุ ถอนอุด สูงกว่าเด็กที่เลี้ยงดูในทางตรงกันข้ามและการศึกษาในเด็กอายุ 3 ปีของกทม. พบว่าเด็กที่บริโภคนมรสหวาน มีฟันผุมากกว่าเด็กที่บริโภคนมจืด
2. ไม่ยอมกินข้าว
เด็กหลังอายุ 1 ปี ควรได้รับอาหารปกติเป็นอาหารหลักวันละ 3 มื้อ และได้รับนมวันละ 2-3 มื้อ แต่ถ้ายังดูดนมจากขวด เด็กมีแนวโน้มติดใจการดูด บางครั้งไม่หิวก็ยังอยากดูด ทำให้ได้ปริมาณนมมากจนอิ่ม และกรณีที่ยังดูดนมมื้อดึก ทำให้ยังคงอิ่มเมื่อตื่นขึ้นมา จึงนำสู่ปัญหาเด็กไม่ยอมกินข้าว นอกจากนี้ เด็กที่ติดขวดนมมักคุ้นเคยกับการทานอาหารเหลว ๆ ที่กลืนง่ายเหมือนนม ไม่ชอบอาหารหยาบที่ต้องเคี้ยว จึงเกิดปัญหาทานยาก ปฏิเสธอาหาร เลือกอาหารชอบอมข้าว ไม่ยอมเคี้ยว มีสุขนิสัยการทานอาหารที่ไม่เหมาะสม
3. อ้วน
พบปัญหาโภชนาการเกินในวัยอนุบาล ต่อเนื่องจนเป็นผู้ใหญ่ในกลุ่มเด็กดูดขวดนมมากกว่ากลุ่มที่ได้นมแม่ และในเด็กที่เลิก ขวดนมหลัง 15 เดือน จะมีความเสี่ยงต่อ โรคอ้วนเพิ่มขึ้นเดือนละ 3 เปอร์เซ็นต์
4. รบกวนวงจรการนอน
การนอนเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ร่างกายได้พักและปรับสภาพเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสมองที่ดี ปกติเด็กอ่อนมักนอนหลับช่วงสั้นๆ 2-3 ชม. และตื่นบ่อย แต่เมื่ออายุ 4 เดือน วงจรการนอนจะปรับเปลี่ยน ทำให้เด็กสามารถนอนหลับในช่วงกลางคืนติดต่อกันถึง 6-8 ชม. โดยไม่หิว เมื่ออายุ 6 เดือน บางคนอาจนอนหลับยาว ได้ 8-10 ชม. ระหว่างนี้สรีรวิทยาของร่างกายจะสลับเป็นวงจรระหว่างการหลับลึก (Non Rem sleep) และตื้น (Rem Sleep) ซึ่งเด็กอาจมีการร้องหรือขยับตัวเป็นพักๆ โดยที่เด็กไม่รู้สึกตัว หากผู้เลี้ยงดูตอบสนองโดยการอุ้มขึ้นมากล่อมหรือให้นม จะทำให้วงจรการนอนเกิดการเปลี่ยนแปลงจนเด็กเคยชินกับการร้องและตื่นกลางดึก เพื่อกินนมหรือให้พ่อแม่กล่อม เรียกว่า Trained night criers and Trained night feeders ซึ่งเป็นสุขนิสัยการกิน และการนอนที่ไม่ดี นำไปสู่ปัญหาเด็กติดขวดนมและร้องตื่นกลางดึก
5. ลดโอกาสพัฒนาการทางภาษา และลดทักษะการใช้มือ
ปัญหาที่เกิดขึ้น อาจไม่ได้รุนแรงถึงขั้นพัฒนาการล่าช้า แต่ทำให้ขาดโอกาสพัฒนาอย่างเหมาะสม
®ด้านกล้ามเนื้อ เด็กที่ติดขวดนม ถือติดตัว ทำให้ทำกิจกรรมที่ใช้มือ 2 ข้างประสานกันน้อยลง
®ด้านภาษา เด็กที่อมขวดนมบ่อยๆ อาจไม่พยายามพูด จะใช้ภาษาท่าทาง สื่อสารแม้จะไม่มีปัญหาความเข้าใจภาษา แต่จะมีปัญหาการใช้ภาษา
®ด้านอารมณ์ เด็กที่ติดขวดนม จะยึดขวดนมเป็นสิ่งปลอบโยนหรือสิ่งที่ช่วยลดความหงุดหงิดคับข้องใจของตนเอง แทนที่จะฝึกพูดระบายอารมณ์ความรู้สึกเพื่อแก้ไขความคับข้องใจ
®ด้านสังคม เด็กมักถูกล้อเลียน โดยเฉพาะหากมีฟันหลอ ทำให้เกิดความอายไม่มั่นใจ
6. กินนมมากเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งสำคัญต่อการพัฒนาสมอง
สาเหตุเกิดจากในน้ำนมมีแคลเซียม ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากนมผงได้เพียงร้อยละ 4 การกินนมปริมาณ 1 ลิตร ร่างกายได้ธาตุเหล็กเพียง 0.2-0.4 มิลลิกรัม ในขณะที่เด็กวัย 1-3 ขวบ ต้องการธาตุเหล็ก แต่ละวันสูงถึง 5-6 มิลลิกรัม การกินนมอย่างเดียวจะได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องสร้างนิสัยให้เด็กทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ ไข่แดง ผักใบเขียว
ประโยชน์ของธาติเหล็ก
1. ช่วยการพัฒนาสมองมีผลต่อสติปัญญาและพัฒนาการ
2. สร้างพลังงาน เพราะเหล็กเป็นส่วนประกอบของ Aconitase enzyme ในวงจรการสร้างพลังงานของร่างกาย (Kreb s cycle) หากขาดธาตุเหล็กจึงทำให้เด็กเฉื่อยชา อ่อนเพลียไม่กระตือรือร้น
7. ปัญหาอื่นๆ เช่น สร้างนิสัยกินจุบจิบ ปัญหาท้องผูก
เด็กที่ติดขวดนมมักดูดนมหลายมื้อ บางรายดูดมื้อละนิด ทำให้ติดนิสัยทานจุบจิบ ยิ่งกรณีที่ทานนมทั้งวันจนได้ปริมาณมาก เด็กมักอิ่มจนไม่ยอมทานอาหารอื่น และไม่ชอบเคี้ยวอาหารหยาบ มักกินทีละน้อย แต่กินบ่อยๆ ยิ่งส่งเสริมนิสัยกินจุบจิบ
ในน้ำนมไม่มีการใยอาหาร ยิ่งกินนมมากจึงยิ่งท้องผูก หากเด็กไม่ยอมทานอาหารอื่นๆ ทำให้ได้รับกากใยอาหารน้อย ในที่สุดจะเกิดโรคท้องผูกเรื้อรัง
ที่มา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารสุข

Dentakids
โทร 038-285548 ,094-9153636 @dentakids
80/115 หมู่ 3 ถนนพระยาสัจจา ตำบลบ้านสวน อ.เมือง ชลบุรี 20000
 โทร 038-285548 ,094-9153636
All rights reserved © 2015-2020. www.ziidev.com
Loading...